เมืองที่น่าอยู่

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชนเมืองทำให้สถาบันผลักดันการดำเนินงานด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม

ชุมชนเมืองมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กร ภายใต้แนวคิด “เมืองน่าอยู่” เพื่อส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีแนวทางการดำเนินงาน คือ การเสริมสร้างศักยภาพ

 

เมืองที่น่าอยู่

ด้วยอัตราการขยายตัวของเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (ข้อมูล ปี 2553 มี 10 เมืองใหญ่ที่มีพลเมืองจำนวน 10 ล้านคน หรือมากกว่านั้น และข้อมูลปี 2557 พบว่ามีเมืองขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นถึง 28 เมือง โดยผู้อยู่อาศัยรวม 453,000,000 คน) ทำให้ภาครัฐต้องคำนึงถึงความสำคัญของการจัดการระบบเมือง และการใช้พื้นที่เมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเมืองยิ่งขยายตัวมากขึ้น อัตราการหลั่งไหลเข้ามาของคนที่ต้องการแสวงหาโอกาสในเมืองใหญ่ก็จะมีมากขึ้น นำไปสู่ปัญหาย่านชุมชนแออัดและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชากรเมืองโดยรวม ดังนั้น จึงมีความจำเป็นในการจัดการเมืองใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนในสาธารณูปโภค เพื่อการเดินทาง ระบบความปลอดภัย และการจัดให้มีพื้นที่สีเขียวเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในเมืองใหญ่

 

เมืองที่น่าอยู่ คืออะไร

ข้อมูลในประเทศไทย “เมืองน่าอยู่” เป็นคำที่ปรากฎในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเมืองศูนย์กลางของจังหวัดให้เป็น “เมืองน่าอยู่” สำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม โดยเมืองน่าอยู่ในที่นี้ คือเมืองที่มีความปลอดภัย มีสิ่งแวดล้อมดี เศรษฐกิจดี เดินทางสะดวก ระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการมีคุณภาพและทั่วถึง และเน้นความสอดคล้องกับอัตลักษณ์ ความหลากหลาย และศักยภาพของเมืองบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคเมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ ได้กำหนดแนวทางเมืองที่น่าอยู่ไว้ ดังนี้

๑) แนวทางการพัฒนาหลัก คือ การพัฒนาเมืองศูนย์กลางของจังหวัดให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับคนทุกกลุ่มในสังคม มีความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมดี เศรษฐกิจดี เดินทางสะดวก ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการมีคุณภาพและทั่วถึง และเน้นความสอดคล้องกับอัตลักษณ์ความหลากหลาย และศักยภาพของเมืองบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม

  • จัดระบบบริการสังคมที่ได้มาตรฐาน
  • พัฒนาสภาพแวดล้อมเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการใช้งานของคนทุกกลุ่มในสังคม
  • จัดระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่มีคุณภาพ
  • เพิ่มความปลอดภัยของประชาชน
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียว

๒) ส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองอย่างมีบูรณาการภายใต้การมีส่วนร่วมของ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน

  • มีการจัดการขยะมูลฝอย อย่างครบวงจร
  • ส่งเสริมการใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อช่วยลดมลพิษทางน้ำ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในเขตเมือง

๓) พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมือง

  • ประชาชนเข้าถึงบริการระบบขนส่งสาธารณะซึ่งมีต้นทุนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • ส่งเสริมความสะดวกปลอดภัยในการเดินทางของคนทุกช่วงวัยและผู้พิการ
  • ส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างเมืองและชนบท

๔) รักษาอัตลักษณ์ของเมืองและสร้างคุณค่าของทรัพยากรเพื่อกระจายรายได้ให้คนในท้องถิ่น

  • อนุรักษ์ สืบสานประเพณี วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมพื้นบ้าน และเมืองเก่า
  • พัฒนาเมืองควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้ของชุมชน
  • สร้างและใช้ประโยชน์จากเอกลักษณ์ของเมือง

๕) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเมือง โดยรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตเมืองให้มีขนาดที่เหมาะสม เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและความร่วมมือระหว่างกัน

  • รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตเมืองเพื่อประสิทธิภาพการบริการ
  • เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและความร่วมมือระหว่างกัน
  • หน่วยงานส่วนกลางสนับสนุนด้านวิชาการและงบประมาณ

 

กิจกรรมเพื่อการส่งเสริมเมืองน่าอยู่ในประเทศไทยที่ผ่านมา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลัก ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ดำเนินการประเมินเทศบาลน่าอยู่อย่างยั่งยืน หรือการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปัจจุบัน โดยร่วมกับเพื่อมุ่งหวังให้เทศบาลทุกระดับได้นำกรอบแนวคิดและเกณฑ์ชี้วัด เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนไปใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงแต่ การเพิ่มรายได้แก่ประชาชนเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ทั้งประเทศ ทิศทางการพัฒนาต้องสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน และได้รับการยอมรับจากประชาชน และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) โดยมีกรอบแนวคิดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี ๒๕๖๑ ดังนี้

  • เมืองอยู่ดี : มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม โครงสร้าง พื้นฐานเพียงพอสำหรับคนทุกกลุ่ม มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ปลอดภัย และเศรษฐกิจมั่นคง (๗ ตัวชี้วัด)
  • คนมีสุข คนมีสุขภาพดี ได้รับการศึกษา สวัสดิการ และ การพิทักษ์สิทธิ์ที่เหมาะสมและเท่าเทียม ครอบครัวอบอุ่น ชุมชน เอื้ออาทร มีกิจกรรมสร้างสรรค์สังคม ดำรงประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น (๙ ตัวชี้วัด)
  • สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ทรัพยากรธรรมชาติมีความสมบูรณ์ มีพื้นที่ สีเขียวเพียงพอ ภูมิทัศน์สวยงาม ของเสียหรือมลพิษถูกจัดการ อย่างเหมาะสม และประชาชนมีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (๗ ตัวชี้วัด)
  • เทศบาลแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี มีวิสัยทัศน์ และแผนงานชัดเจน บุคลากรมีความรอบรู้และเชี่ยวชาญ ระบบ การทำงานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมการบริหาร จัดการที่ดี และมีนวัตกรรมการพัฒนาเมือง (๑๑ ตัวชี้วัด)

 

เทศบาลนครอุดรธานี ได้รับยกย่องให้เป็นเมืองน่าอยู่ยั่งยืนจากการชนะการประกวดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ประจำปี 2559 ประเภทเทศบาลขนาดใหญ่ ยกให้เป็นเมืองที่เป็นเลิศในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการเมืองสู่ความน่าอยู่อย่างยั่งยืน ผลงานเด่นได้แก่ การสนับสนุนการจัดหาบ้านและที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนโดยการมีส่วนร่วม สนับสนุนการจัดตั้งระบบสาธารณสุขเพื่อเพิ่มโอกาสและอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ให้ความสำคัญกับการจัดการมลพิษที่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบบริการข้อมูลที่ทันสมัยสำหรับประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ และด้วยความมุ่งมั่นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา และมีการดำเนินงานและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

 

กิจกรรมเพื่อการส่งเสริม “เมืองน่าอยู่” ในต่างประเทศ

ในทุกๆปี เรามักจะเห็นข่าวประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ เกี่ยวกับการจัดลำดับความเป็นผู้นำด้านต่างๆ และ Mercer ก็เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ได้เผยแพร่ดัชนีความน่าอยู่ (Quality of Living Index) เพื่อเป็นผู้ข้อมูลให้กับ บริษัทข้ามชาติและนายจ้างคนอื่น ๆ ให้สามารถประเมินและตัดสินใจ เพื่อสนับสนุนจำนวนเม็ดเงินที่ต้องจ่ายชดเชยให้กับพนักงานที่ถูกส่งไปประจำในต่างประเทศนั้นควรจะเป็นเท่าใด โดยพิจารณาจากคุณภาพชีวิต และระดับความยากลำบากในการอยู่อาศัยของเมืองดังกล่าว ในปี 2018 Mercer พิจารณาความน่าอยู่ของประเทศจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สภาพแวดล้อมทางการเมืองและสังคม สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมการพิจารณาด้านการแพทย์และสุขภาพ โรงเรียนและการศึกษา บริการสาธารณะและการขนส่ง สันทนาการสินค้าอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

หลายๆตัวชี้วัด สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) และปรากฎในแผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเป้าหมายที่ 11 เรื่องเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

โดยผลการจัดลำดับ ประเทศที่น่าอยู่อันดับ 1 ได้แก่ เวียนนา ประเทศออสเตรีย เมืองซูริค ประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ เมืองโอคแลนด์ นิวซีแลนด์ และ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน ตามลำดับ สำหรับเมืองในภูมิภาคเอเชีย สิงคโปร์ติดอันดับคุณภาพชีวิตสูงสุดในลำดับที่ 25 ของโลก กรุงโตเกียวและนครโกเบของญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 50 เท่ากัน ส่วนนครไทเปของไต้หวัน และกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 84 และ 85 นครเซี่ยงไฮ้ ของจีนอยู่ในอันดับที่ 103 อันดับเมืองน่าอยู่ของโลก กรุงเทพฯ ประเทศไทยอยู่ที่อยู่ในอันดับที่ 132

 

แหล่งที่มาข้อมูล

http://www.ratchakitcha.soc.go.th

https://www.deqp.go.th

https://www.mercer.com

http://www.undp.org/

https://www.deqp.go.th/media/877399/2-udon-thani.pdf

http://www.nesdb.go.th/download/Plan12/plan12doc01.pdf

 

 

You are donating to : Greennature Foundation

How much would you like to donate?
$10 $20 $30
Would you like to make regular donations? I would like to make donation(s)
How many times would you like this to recur? (including this payment) *
Name *
Last Name *
Email *
Phone
Address
Additional Note
paypalstripe
Loading...